คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2550 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน โดยกำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็น ความผิดที่ยอมความไม่ได้ พร้อมขยายความหมายของ “ความรุนแรงในครอบครัว” ให้ครอบคลุมทั้งการทำร้ายร่างกาย การก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือความหวาดกลัวจนไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ รวมถึงการจำกัดหรือบั่นทอนความสามารถทางเศรษฐกิจหรือการประกอบอาชีพ ขณะที่ “บุคคลในครอบครัว” ครอบคลุมถึงคู่สมรส อดีตคู่สมรส ผู้ที่เคยอยู่กินกันฉันคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดาน ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกันและต้องพึ่งพาอาศัยกัน
สาระสำคัญของร่างกฎหมายยังเพิ่ม มาตรการคุ้มครองก่อนเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่สามารถออกคำสั่งบรรเทาทุกข์ชั่วคราวเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ที่อาจถูกกระทำได้ เช่น ห้ามผู้ก่อเหตุเข้าใกล้ผู้ถูกกระทำ หรือห้ามเสพสิ่งมึนเมา ก่อนเสนอศาลเยาวชนและครอบครัวพิจารณาภายใน 48 ชั่วโมง พร้อมคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริตไม่ให้ต้องรับผิดทางแพ่ง อาญา หรือทางปกครอง นอกจากนี้ยังเพิ่มโทษความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัวเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จากเดิมจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท และเพิ่มโทษกรณีกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือกระทำผิดซ้ำภายใน 3 ปี รวมถึงกำหนดเหตุบรรเทาโทษในกรณีผู้กระทำเคยตกเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะพิเศษทางจิตใจ ทั้งนี้ ข้อมูลปี 2568 พบเหตุความรุนแรงในครอบครัวมากกว่า 2,000 กรณี โดยประมาณ 20% เกิดจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนทำร้ายกัน และมากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สะท้อนว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคมหลายด้าน ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมุ่ง “คุ้มครองผู้ถูกกระทำ ป้องกันความรุนแรง ลดการเกิดเหตุซ้ำ และสร้างระบบช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรม” เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว
สุวัฒน์ คำหม่อม - ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่