นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการช่วยเหลือและเบิกจ่ายเงินเยียวยาให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว พร้อมลดภาระด้านเอกสารและไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางติดต่อหลายหน่วยงานเพื่อยืนยันความเสียหายซ้ำซ้อน โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 และอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 558,739,000 บาท เพื่อเป็นค่าดำรงชีพเบื้องต้นและค่าปลงศพแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยเป็นกรณีพิเศษ
สำหรับหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท เช่นเดียวกับกรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน โดยมีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบเบื้องต้น 60,971 ครัวเรือน ส่วนกรณีเสียชีวิตจากดินโคลนถล่มและอุทกภัยโดยตรง เช่น จมน้ำหรือถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต จะได้รับเงินช่วยเหลือ รายละ 2,000,000 บาท เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 5 รายในจังหวัดน่าน ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือ และผ่านการรับรองและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจังหวัดต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ
นอกจากนี้เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เพิ่มเติม 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอุทกภัย ครอบคลุมทั้งค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำตามจริงไม่เกินหลังละ 88,600 บาท ค่าดำรงชีพกรณีบ้านเสียหายทั้งหลังไม่เกิน 4,900 บาท ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 5,000–16,600 บาท ค่าจัดการศพไม่เกิน 35,700 บาท และเงินสงเคราะห์ครอบครัวกรณีผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือผู้หารายได้หลักไม่เกิน 35,700 บาท รวมถึงค่าเช่าบ้านกรณีบ้านเช่าเสียหายไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน และค่าซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตรไม่เกินครอบครัวละ 6,800 บาท
ทั้งนี้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบสามารถดำเนินการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยครอบคลุมพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 41 จังหวัด รวมถึงจังหวัดแพร่ พะเยา น่าน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก และจังหวัดอื่น ๆ ที่อยู่ในระบบข้อมูลสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงและอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้อำเภอดำเนินการตรวจสอบและช่วยเหลือตามขั้นตอนต่อไป โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพื่อให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว
สุวัฒน์ คำหม่อม - ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่