คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีเพื่อสำรองสภาพคล่องทางการเงิน วงเงินไม่เกิน 400 ล้านบาท โดยให้กระทรวงการคลังค้ำประกัน ระยะเวลา 3 ปี ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่อง และช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในประเทศ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 รายงานจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีระบุว่า สาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์ในปี 2568 ที่ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค. ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ อ.ส.ค. จำเป็นต้องรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 55 ตัน จากเดิมวันละ 367 ตัน เพื่อพยุงรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ทำให้ผลการดำเนินงานขาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนตุลาคม 2567 – กันยายน 2568 มีผลขาดทุนสะสมกว่า 403 ล้านบาท
ทั้งนี้ แผนการกู้ยืมเงินเบิกเกินบัญชีดังกล่าว ได้บรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ เห็นชอบในหลักการ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดการค้ำประกันตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกัน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึง อ.ส.ค. นำความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาจัดทำแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคนมอย่างเป็นระบบ โดยอาจบูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์หรือภาคเอกชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด และลดต้นทุนการผลิตน้ำนมภายในประเทศ
ด้านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และไม่เป็นการสร้างภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดถัดไป จึงสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ ครม.ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการฟื้นฟูและปรับโครงสร้างการดำเนินงานของ อ.ส.ค. ควบคู่กับการแก้ไขปัญหานมล้นตลาด เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับอุตสาหกรรมโคนมไทย และดูแลรายได้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สุวัฒน์ คำหม่อม / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่