จังหวัดแพร่เชิญชวนร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร เฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 13 กรกฎาคม 2568

                  นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่กล่าวว่า จังหวัดแพร่ กำหนดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร เฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 13 กรกฎาคม 2568 ณ พระอุโบสถ วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
                  สำหรับกำหนดการพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเฉลิมพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 13 กรกฎาคม 2568 ในวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 น. ผู้ร่วมงานเดินทางถึงสถานที่จัดพิธี , พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 29 รูป เดินทางถึงสถานที่จัดพิธี
                  เวลา 07.30 น. ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ประธานในพิธี เดินทางถึงสถานที่จัดพิธีและเข้าประจำที่นั่ง พระสงฆ์ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ 
                  ประธานในพิธี จุดธูปเทียบูชาพระรัตนตรัย ประธานในพิธี สักการะประธานฝ่ายสงฆ์ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาศีล ประธานสงฆ์พระสงฆ์ให้ศีล ประธานในพิธี ถวายดอกไม้รูปเทียนแพหน้าพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และอ่านคำสดุดีเทิดพระเกียรติ ถวายพระพระพรชัยงคล เบื้องหน้าพระนาพระรูป (จบแล้ว เปิดเพลงมหาชัย , พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา)
                  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติพิธีสงฆ์อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ รับพร
                  จากนั้นจะได้ร่วมกันประกอบพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 29 รูป รับบิณฑบาต เป็นอันเสร็จพิธี
                  การแต่งกาย : ข้าราชการพลเรือน/พนักงานรัฐวิสาหกิจ : เครื่องแบปกติขาว ไม่สวมหมาก , ประชาชนทั่วไปชุดสุภาพโทนสีม่วง หรือสีขาว
                  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ (พระนามเดิม หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร) ประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2500 เป็นพระวรชายาพระองค์แรกในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร 
                  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เป็นธิดาพระองค์ใหญ่ของหม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร กับท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร และพระองค์ยังมีพระธิดาเพียงพระองค์เดียวคือสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
                  ภายหลังการหย่าในปี พ.ศ. 2534 พระองค์ยังมีสถานะเป็นเจ้านายและได้รับการเฉลิมพระนามว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติและทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 พระองค์ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระองค์เจ้าต่างกรมฝ่ายใน ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
                  พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถทรงมีความสนพระทัยในด้านสังคมสงเคราะห์ และการสาธารณสุข ทรงรับโครงการต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการ และทรงจัดตั้งมูลนิธิและโครงการส่วนพระองค์อีกหลายโครงการ อาทิ มูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์) , มูลนิธิเพชรรัตน-สุวัทนา (ทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์) , มูลนิธิศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร , มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย (ทรงดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์ตลอดพระชนม์ชีพ) เป็นต้น 

ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ