เจ้าหนี้และลูกหนี้ ในจังหวัดแพร่กว่า 2,000 ราย ร่วม “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” เชิญ เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ทั้งก่อนฟ้อง และหลังศาลมีคำพิพากษา ระหว่าง 12 – 13 มิ.ย.68 ที่หอประชุมกอเปา

                เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ที่หอประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS (หอประชุมกอเปา) จังหวัดแพร่ พล.ต.ท. พัฒนวุธ อังคะนาวิน ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ปีที่ 2 ที่จังหวัดแพร่ โดยมี นายธีรยุทธ  แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยกำหนดจัดงาน 2 วัน ระหว่างวันที่ 12-13 มิถุนายน 2568 
                การจัดงานที่จังหวัดแพร่ครั้งนี้ หน่วยงานกระทรวงยุติธรรมได้เชิญชวนลูกหนี้  ทั้งก่อนฟ้องและหลังศาลมีคำพิพากษา 2,140 ราย  ทุนทรัพย์รวมกว่า 172 ล้านบาท ร่วมไกล่เกลี่ยและปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ ที่เป็นสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย 1. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) 2. ธนาคารออมสิน 3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4. บริษัทบริหารสินทรัพย์ เจเค จำกัด 5. บริษัทเจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิชเซ็ส จำกัด (มหาชน) 6. กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กรมการพัฒนาชุมชน 7.สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร รวมทั้งยังให้บริการปรึกษาทางกฎหมาย การบริหารจัดการหนี้ โดยทนายความ ที่ปรึกษากฎหมาย ประจำสำนักงานยุติธรรมจังหวัด และผู้ไกล่เกลี่ยประจำศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และศูนย์ยุติธรรมชุมชนด้วย
                พล.ต.ท. พัฒนวุธ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ขัดต่อวินัยทางการเงิน และไม่ทำให้เกิดภาวะภัยทางจริยธรรม (Moral Hazard) ของผู้มีภาระหนี้สิน โดยเป้าหมายสำคัญในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทต้องเกิดจากความสมัครใจ และให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ที่ผ่านมาได้จัด “มหกรรมแก้หนี้ สร้างวิถีแห่งความเป็นธรรม” ไปแล้วใน 76 จังหวัด จำนวน 89 ครั้ง ช่วยเหลือลูกหนี้ได้ 132,303 ราย รวมทุนทรัพย์ 23,901.84  ล้านบาท แยกเป็น ลูกหนี้ก่อนฟ้อง ช่วยเหลือได้ 66,127 ราย ทุนทรัพย์  11,217.04 ล้านบาท ลูกหนี้หลังศาลมีคำพิพากษา ช่วยเหลือลูกหนี้ไม่ให้ถูกยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ 66,131 ราย ทุนทรัพย์ 12,684.8 ล้านบาท และลูกหนี้ กยศ. มีการคำนวนยอดหนี้ใหม่ 3.65 ล้านบัญชีเสร็จแล้ว มีผู้กู้ 2.98 ล้านราย ได้รับประโยชน์ช่วยลดหนี้ผู้กู้เป็นเงินกว่า 56,326 ล้านบาท ปลดภาระผู้ค้ำได้ 2.8  ล้านราย
                สำหรับในปีนี้ มีลูกหนี้ขอไกล่เกลี่ยแล้วกว่า 61,000 ราย ทุนทรัพย์กว่า 6,361 ล้านบาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน กว่า 3,037 ล้านบาท และปลดผู้ค้ำประกัน 39,338 ราย  นอกจากนี้ยังมีการไกล่เกลี่ยหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ ผ่านระบบออนไลน์ โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมบังคับคดี และกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ช่วยให้ประชาชนที่เป็นหนี้ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เช่าซื้อ ลิสซิ่ง ที่ผิดนัดชำระหนี้เข้าเกณฑ์ฟ้อง หรือไม่มีกำลังผ่อนชำระตามสัญญา เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมด้วยการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการวางแผนและสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ประชาชน เป็นเกราะป้องกันปัญหาหนี้สินภาคครัวเรือน 
                “ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับ ในกรณีก่อนฟ้อง คือ การผ่อนผันการชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือนงดฟ้องดำเนินคดี และรับเงื่อนไขปลดผู้ค้ำประกัน สำหรับในชั้นบังคับคดี หรือหลังคำพิพากษา จะได้รับการขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาด ลูกหนี้จะไม่ถูกบังคับคดี และยังมีสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย”.//

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่/รายงาน

 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar