วันที่ 22 กรกฎาคม 2567 เวลา 18.00 น. ที่ร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เมืองแป้ ตำบลในเเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ นายชุติเดช มีจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดร้านเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เมืองแป้ ร้านพิชช่าสไตล์เรือนขนมปังขิง แห่งแรกในเมืองไทย พร้อมด้วยนางณัชชา มีจันทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแพร่ ผู้บริหารเดอะพิชช่าคอมปะนี หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชนและประชาชนเข้าร่วม
นายปัทม์ พงษ์วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป เดอะ พิซซ่า คอมปะนี ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ปจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดพิซซ่า ด้วยการเดินหน้าขยายสาขาเจาะกลุ่มจังหวัดเมืองรอง เปิดตัวสาขาใหม่อย่างเป็น ทางการกับสาขา “เมืองแป้”จังหวัดแพร่ ที่มาด้วยรูปแบบแฟล็กชิพสโตร์ในสไตล์เรือนขนมปังขิง แห่งแรกในเมืองไทย ผ่านเอกลักษณ์ที่โดดเด่นจากการนำสถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาออกแบบร้านให้มีความพิเศษและแตกต่างจากสาขาอื่นๆ ทั้งยังมีเมนูเฉพาะที่หาทานได้ที่สาขาเมืองแป้เท่านั้น รวมถึงการบริการแบบพื้นเมือง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าที่เป็นคนท้องถิ่นตลอดจนผู้คนในจังหวัดใกล้เคียง ได้มาสัมผัสกับบรรยากาศร้านพิซซ่าสไตล์ล้านนาแท้ๆ ซึ่งตั้งเป้าว่าเรือนขนมปังขิง เดอะ พิซซ่า คอมปะนีสาขาเมืองแป้ จะเป็นการยกระดับโมเดลร้านพิซซ่าให้กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของโซนภาคเหนือที่ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดแพร่ได้อีกด้วย
โดยจุดเด่นของสาขาเมืองแป้ คือการต่อยอดกลยุทธ์ The Game Changer ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านการ นำเสนอรูปแบบการบริการที่มีความเฉพาะตัวอาทิ สถาปัตยกรรมร้านโดยมาในลักษณะรูปทรงเรือนขนมปังขิง หรือเรียกว่า “คุ้ม” ที่ใช้เรียกบ้านเรือนของเจ้านายในสมัยก่อน ภายในถูกออกแบบมีฟังก์ชันคล้ายกับเรือนที่อยู่อาศัยจริง พร้อมห้องรับรองที่มีการตกแต่งเข้ากับบรรยากาศถึง 6 ห้องประกอบด้วย ห้องตระการไมตรีจิต อุดมไพรสาณฑ์ ประพาสแมนสรวง ศักดามาศ พิเศษภูษา และช่วงโชติโกศัย โดยแต่ละห้องจะแฝงด้วยความหมายและเรื่องราวความเชื่อของวัฒนธรรมเด่นของล้านนาร่วมด้วย มีซิกเนเจอร์เมนูเป็นการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาประยุกต์เข้ากับแต่ละเมนูที่เป็นเอกลักษณ์และมีให้บริการเฉพาะ สาขาเมืองแป้เท่านั้น อาทิเมนูพิซซ่าไส้อั่ว สปาเกตตีไส้อั่วครีมซอส และไส้อั่วย่างเสิร์ฟพร้อมแคปหมู และน้ำพริกหนุ่ม ไปจนถึงเซตเมนูแบบไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining)
เครื่องแต่งกายของพนักงาน เพิ่มความประทับใจให้กับผู้มาใช้บริการ ด้วยการต้อนรับของพนักงานที่มาพร้อมความใส่ใจในรายละเอียดด้วยชุดยูนิฟอร์ม พร้อมผ้ากันเปื้อนและโบว์ผูกผมที่ทำจากผ้าหม้อฮ่อม ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ของคนเมืองแพร่ และเครื่องประดับที่เพิ่มความเป็็นพื้นเมืองด้วยโบว์ผ้าหม้อฮ่อมอีกด้วย
สุวัฒน์ คำหม่อม - ข่าว
อำนวย จันตะหล้า - ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่