กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ งัด 11 มาตรการเร่งด่วน ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5

               สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า จากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ซึ่งเป็นมลภาวะทางอากาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งต้นเหตุหลักเกิดจากไฟป่า ไฟในพื้นที่เกษตรกรรม การควบคุมฝุ่นละอองในเมือง และภาคอุตสาหกรรม รวมถึงหมอกควันข้ามแดน และในปี 2567 ประเทศไทยจะอยู่ในสภาวะของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่อาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะความแห้งแล้งรุนแรง และมีผลต่อสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5
               กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป้นหน่วยงานเจ้าภาพหลักในการรับผิดชอบแก้ไขปัญหาได้มี 11 มาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้แก่ 1. การเตรียมความพร้อมการควบคุมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาใน 11 ป่าอนุรักษ์ 10 ป่าสงวนแห่งชาติ โดยจัดทำแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่า จัดระเบียบควบคุมผู้เข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ 2. การเตรียมความพร้อมการกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตการเผาและการบริหารจัดการการเผาในพื้นที่เกษตร โดยสร้างการมีส่วนร่วมกับประชาชนในพื้นที่ 3. การนำระบบการรับรองผลผลิตทางการเกษตรแบบไม่เผา มาใช้กับการปลูกอ้อย ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4. จัดหาและสนับสนุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่เหมาะสม ในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของเกษตรกร และมาตรการไม่รับอ้อยไฟไหม้เข้าหีบ 5. การบริหารจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยนำมา แปรรูปเพื่อสร้างรายได้ และจัดตั้งศูนย์รับซื้อวัสดุเหลือใช้ ทางการเกษตร 6. การพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขเรื่องการเผาในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรในการนำเข้า - ส่งออกสินค้า เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันข้ามแดน 7. การพิจารณาสิทธิประโยชน์หรือแรงจูงใจให้ภาคเอกชนเข้าร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 8. การผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 5 9. การลดปริมาณฝุ่นละอองจากรถบรรทุก รถยนต์ รถจักรยานยนต์ โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีและการตรวจจับควันดำ การเข้มงวดวินัยจราจร การคืนพื้นผิวจราจรบริเวณการก่อสร้างรถไฟฟ้า การลดจำนวนรถยนต์ในท้องถนนโดยเฉพาะในพื้นที่เมือง สร้างจุดจอดแล้วจร และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนใช้รถยนต์ไฟฟ้า 10. การลดปริมาณฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และอื่นใด และ 11. การกำหนดหลักเกณฑ์ในการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน
               โดยทั้ง 11 มาตรการ จะต้องเร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติ ที่กำหนดไว้ พร้อมรายงานความก้าวหน้าต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการเพื่อการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศทราบทุกเดือน
มาทำความรู้จัก AQI หรือ (Air Quality Index) หรือดัชนีคุณภาพอากาศ เป็นการรายงานคุณภาพอากาศในภาพรวมของไทย โดย 1 ค่าดัชนี จะประกอบด้วย ค่าเข้มข้นของสารพิษทางอากาศ 6 ชนิด ได้แก่ PM 2.5 (ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน) , PM 10 (ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน)  , โอโซน , คาร์บอนมอนอกไซด์ , ไนโตรเจนไดออกไซด์ , ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งข้อมูลการตรวจวัดค่าดังกล่าวได้มาจากการติดตามคุณภาพอากาศ โดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษที่มีอยู่ ทั่วประเทศ 
               ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ปรับปรุงค่ามาตรฐาน PM 2.5 ใหม่ ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก
โดยปรับค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง เป็น ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากเดิมไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยรายปี เป็น ไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากเดิมไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนี้ยังมีการปรับค่า AQI ใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับค่า PM 2.5 ด้วย โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ สีฟ้า (0-25) และสีเขียว (26-50) = คุณภาพอากาศดี เหมาะกับการกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยว , สีเหลือง (51-100) = คุณภาพอากาศปานกลาง ควรเฝ้าระวังหรือลดเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง , สีส้ม (101-200) = คุณภาพอากาศเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง , สีแดง (201 ขึ้นไป) = คุณภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง และใส่หน้ากากป้องกัน PM 2.5 เวลาอยู่ข้างนอกบ้าน/อาคาร

ฉัตรชัย พวงขจร / ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ 

 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ